Miss Slimming เงินรางวัลรวมกว่า 5 ล้านบาท

Miss Slimming U-Challeng 2008

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
http://www.thailanduchallenge.com/application.asp

ภาพแฟชั่นบางส่วน ใน Slimming เล่ม 50

Model  Amika Klinpratoom  เอมิกา  กลิ่นประทุม
Photo  Atita Benjapong อทิตา  เบญจพงศ์ 
Stylist  Natasha Make up Koramit  Tongsupa กรมิษฐ์ ทองสุภา
Hair  Chutikarn  Tisanont ชุติกาญจน์  ทิสานนท์
 

Clothes
Qconceptstore ชั้น3 Siam Paragon
Disaya ชั้น L Gaysorn Plaza
Boudoir by Disaya ชั้น L Gaysorn Plaza
Truth ซอย 3 สยามแสควร์ 

Shoes&Accessories 

Siam Paragon ชั้น M แผนก Shoe&Bag
Disaya ชั้น L Gaysorn Plaza 

Special Thanks
Siam @ Siam  Design Hotel & Spa  

หน้าปก Slimming เล่มที่ 50

เอมี่ กลิ่นประทุม

เป็นนางเอกที่คร่ำหวอดในวงการมานานถึง 10 ปีแล้ว แต่นางเอกหน้าหวานอย่าง เอมี่  กลิ่นประทุม ยังคงความฮอตไม่เลิกรา ในวัย 26 ปีเรียกว่าเป็นผู้ใหญ่เต็มตัวจึงไม่แปลกที่เธอจะอยากหาความแปลกใหม่ท้าทายให้กับตัวเองมากขึ้น จากการรับทดราม่าหนักๆ เพื่อพัฒนาฝีไม้ลายมือของตัวเอง นอกจากนี้เธอยังไปได้สวยกับธุรกิจเฟอร์นิเจอร์ของครอบครัว ที่สำคัญยังมีกำลังใจสำคัญจากหวานใจหนุ่มซี-ศิวัฒน์ มาถึง 3 ปีแล้ว เรียกว่าลัคกี้อินเกม อินเลิฟเลยทีเดียว

แปลงโฉมเป็นสาวใช้

ที่เพิ่งจบไปคือละครเรื่อง สะใภ้ก้นครัว ดีเหมือนกันได้เล่นละครตลกๆ บ้าง เรื่องนี้ต้องปลอมตัวเป็นคนรับใช้ ยังไม่เคยเล่นแนวนี้เลย เพราะหลังจากเรื่องคู่ปั่น คู่ป่วน ที่เล่นกับพวกพี่ๆ โปงลางสะออน สนุกมากๆ เป็นเรื่องที่ประทับใจ ทีมงานก็น่ารักทุกคนขำกันหมดเลย มีฟีดแบคเข้ามาเยอะเหมือนกัน หลายๆคนชอบและอยากให้เราเล่นบทแบบนี้อีก มันสนุกดีไม่เครียดด้วย อย่างพี่อี๊ด โปงลางฯ จะชอบปล่อยมุขสดๆ ตลอดเวลา ต้องตั้งใจมีสมาธิมากไม่งั้นหลุดแน่ๆ เพราะเขาพยายามทำให้เราขำจนได้ เคยมีครั้งหนึ่งที่เราโดนพี่อี๊ดแกล้ง เขาถลกกระโปรงตัวเองเห็นกางเกงในเลยนะ (หัวเราะ) แล้วเราอยู่ตรงหน้าพอดี กล้องก็จับแต่หน้าเราต้องอยู่ในอารมณ์ซีเรียสด้วย ยากสุดๆเลยค่ะ

ระกบอั้ม-พัชราภา ครั้งแรก

ล่าสุดจะมีละครเรื่อง เย้ยฟ้าท้าดิน เป็นแนวบู๊ดราม่า ครั้งนี้ถือว่าบทหนักเหมือนกันนะ เพราะเราต้องเล่นเป็นคนติดยาด้วย ถ้าร้องไห้ยังพอทำอารมณ์ตามได้ แต่ติดยาก็ต้องปรึกษาผู้กำกับตลอด เล่นกับเวียร์ พี่อั้ม- พัชราภา เราเล่นเป็นแฟนพี่เวียร์ซึ่งต้องโดนจับตัวไปและทำให้ติดยา เหมือนให้พระเอกรู้สึกตายทั้งเป็น แต่สุดท้ายก็ตาย ตัวละครนี้จะมีพัฒนาการไปเรื่อยๆ ค่อยๆ ติดยาไปจนถึงขั้นรุนแรง แล้วฉากตายในโรงพยาบาล เราจะนอนขดตัวเหมือนปวดท้อง มีอาการอยากยา ร้องไห้ โวยวาย ดิ้นทุรนทุราย ต้องเกร็งตัวสุดๆ แล้วเวียร์เค้าเป็นคนตัวใหญ่แต่ต้องจับเราไม่อยู่ คิดดูมันใช้แรงเยอะมาก เล่นฉากนี้เสร็จแทบจะล้มตัวลงนอนเลย (หัวเราะ) เป็นครั้งแรกที่ได้ร่วมงานครั้งแรกกับเวียร์และพี่อั้ม ก่อนหน้านี้เคยเจอกันตามงาน แต่ว่ายังไม่เคยเล่นละครด้วยกัน เขาเป็นน้องใหม่มาแรง พอมาเจอจริงๆเขาเป็นคนตั้งใจทำงานมาก ทำงานตลอดเวลา ตั้งใจเล่นทุกฉาก ส่วนพี่อั้ม ที่เจอกันครั้งแรกก็คิดว่าเขาดูเซ็กซี่ สวยๆ แต่จริงๆ แล้วเป็นคนตลกนะ มีอะไรขำๆ เหมือนกัน และเป็นคนใส่ใจกับสุขภาพตัวเอง รูปร่าง เวลากินเอมี่จะกินอะไร พี่อั้มจะเตือนสติเราว่าอย่ากินเยอะเดี๋ยวอ้วน คือเขาดูแลตัวเองจริงๆ ถึงได้สวยขนาดนี้

บรกงาน พักใจ ใฝ่เรียน 

มีอยู่ช่วงหนึ่งที่รู้สึกว่าไม่รู้จะเอายังไงกับชีวิตดี ตอนนั้นมันก็ใกล้จะเรียนจบแล้วด้วย อยากจะให้เวลาตัวเองเพื่อตั้งใจเรียนให้เต็มที่ เกือบเรียนไม่จบด้วยล่ะ (หัวเราะ) ตอนนั้นไม่คิดว่าจะทำงานในวงการต่อไป คิดแค่ว่า เฮ้ย! ถ้าไม่จบก็ไม่ได้รับปริญญาพร้อมเพื่อนน่ะสิ ไม่อยากให้คนอื่นมาสบประมาทว่า เป็นดาราเรียนไม่จบอะไรเงี้ย อู๊ย! เครียดมากเลยขออนุญาตพี่ตุ๊กตา (จิตรลดา ดิษยนันทน์) ไปเรียนให้จบตรงนี้ก่อน เพราะเหลือเทอมสุดท้ายแล้ว ตอนนั้นเป็นช่วงที่เอมี่หายหน้าไปพักหนึ่งเลยล่ะ พอเรียนจบปุ๊บก็ไปอเมริกาต่ออีกประมาณครึ่งปี ที่ตัดสินใจไปเพราะเราเรียนหนักแล้วอยากให้เวลากับตัวเอง ขออยู่นิ่งๆ ทบทวนตัวเองนิดหนึ่ง ตอนนั้นคิดว่าจะเรียนโทฯ ทางด้านบริหารเผื่อจะไปเปิดธุรกิจได้ แต่อีกใจก็เสียดายกลัวหายไปนานเดี๋ยวคนลืม เลยกลับมาเล่นละครต่อเรื่อง ลูกไม้หลากสี ถือว่าได้เปลี่ยนบทเป็นดราม่าด้วย เพราะที่ผ่านมาจะเป็นแนวแก่น หวาน พอได้มาเล่นอะไรหนักๆ คนดูยังไม่เคยเห็นแบบนี้ก็เป็นการหาอะไรใหม่ๆ ให้ตัวเองดี ตอนนี้เหลือแต่ละครบู๊ที่ยังไม่ได้เล่น ส่วนหนังก็อยากเล่นเพราะยังไม่เคยลองด้านนี้เลย อยากลองดูเหมือนกันไม่รู้ว่ามันต่างจากละครยังไง

10 ปี เริ่มเปิดกว้าง

จริงๆ ก็ดีนะ ที่ได้ร่วมงานกับคนอื่นๆ เพราะว่าเราเล่นกับค่ายกันตนามาตั้งแต่เด็กๆเลย ส่วนหนึ่งมันจะทำให้เราเคยชิน คิดว่านี่เราเล่นโอเคแล้วนะ แต่พอได้ร่วมงานกับค่ายอื่นๆ บ้างก็ได้รู้ว่ายังมีอะไรที่เราไม่รู้อีกเยอะเหมือนกัน ดีใจค่ะที่ได้ประสบการณ์ใหม่ๆ อีกเหมือนเป็นการพัฒนาตัวเองด้วย ได้เจอนักแสดงหลากหลาย ได้เห็นว่าคนอื่นเขาทำงานกันยังไง รู้จักผู้กำกับหลายๆ คนที่ให้คำแนะนำ แล้วเราก็นำมาประยุกต์ใช้ได้ด้วย ถ้าถามว่าชอบบทแบบไหน ชอบทุกบทเลย บทร้ายก็อยากเล่นอยู่ เมื่อก่อนเล่นแบบแก่นๆ ใสๆ เราอยากเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ถ้าเรายิ่งเล่นมากเท่าไหร่ยิ่งดี เรายิ่งได้สะสมประสบการณ์ ไม่รู้สิ เอมี่รู้สึกว่าพอไปเล่นเรื่องใหม่มันก็มีอะไรๆ ใหม่ให้ได้เรียนรู้ อยู่วงการมาตั้ง 10 ปี นี่ผ่านไปเร็วเนอะ การเข้ามาอยู่ตรงนี้ไม่ได้ยากนะ แต่การที่จะรักษามาตรฐานของตัวเองยากยิ่งกว่า ทุกวันนี้ที่เป็นตัวเอมี่ได้ก็เพราะวงการ มันสอนให้เราโตขึ้น เพื่อนคนอื่นๆ มีหน้าที่เรียนหนังสืออย่างเดียว แต่เราต้องแบ่งเวลาให้เป็น ทำให้เรารู้จักรับผิดชอบมากขึ้น ต้องทำงานกับคนหลายประเภท ร้อยพันแม่ มันเลยทำให้เราปรับเข้ากับทุกคนได้ และต้องเสมอต้นเสมอปลาย เป็นคนอ่อนน้อม แต่มันก็ความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นเป็นธรรมดา เช่น เมื่อก่อนเราเข้ากองถ่ายเราก็จะเป็นเด็กไหว้ทุกคน แต่ตอนนี้จะมีคนมาไหว้เรา เราต้องรับไหว้แล้ว (หัวเราะ) เมื่อก่อนเราเด็กสุดไง ก็จะติดกับการเรียกคนอื่นว่าพี่ แต่ปรากฏว่าเขาก็อายุน้อยกว่าเราอีก (หัวเราะ)” 

ไฝมหาเสน่ห์

เมื่อก่อนมีไฝขึ้นหลายจุดเหมือนกันค่ะ มันจะขึ้นอยู่ทั่วๆ ไปตามตัวนี่แหละ แต่มาขึ้นตรงหน้าเยอะเหมือนกัน ทั้งตรงใต้ตา ริมฝีปาก ตอนเด็กๆ อยากเอาออกมากเลยแต่กลัวเจ็บ ก็คิดอยู่นานเหมือนกัน ตรงใต้ตานี่เจ็บมากเลย แต่หมอบอกว่าถ้าปล่อยเอาไว้มันอาจจะโตขึ้นมาเป็นเนื้องอกได้ ตอนนี้เหลือตรงปากที่ยังไม่ได้เอาออก เพราะมีคนทักว่าเป็นไฝเสน่ห์ก็เลยไม่ได้ไปเอาออก มันเป็นเรื่องเกี่ยวกับความเชื่อโชคลางด้วย ถามว่าเชื่อมั้ย? ก็เชื่อเหมือนกันค่ะ แบบว่าถ้ามันไม่ได้ยากเย็นหรือไม่เดือดร้อนมากก็เชื่อบ้าง ตอนนี้ก็ถือว่าโชคดีหลายอย่างทั้งเรื่องงานละคร งานโชว์ตัว ธุรกิจที่บ้านก็ไปได้ดีนะ เราคิดว่าทำอาชีพตรงนี้ได้มันก็เป็นเรื่องของดวงนะ จริงๆ แล้วมันไม่ใช่สิ่งที่เราคิดฝันไว้ด้วย” 

ซึ้งกันที่ความจริงใจ

ซีเค้าเป็นคนตรงๆ เข้ากับผู้ใหญ่ได้ดี เขาเป็นคนขี้เล่น แต่ถึงเวลาจริงจังก็เป็นผู้ใหญ่กว่าเราอีก เป็นคนเสมอต้นเสมอปลาย ไม่โรแมนติกยังไง ก็ไม่โรแมนติกอย่างนั้น (หัวเราะ) เขาจะไม่ทำอะไรที่ฝืนใจตัวเอง แต่ถ้าได้ทำอะไรแล้วจะทำเต็มร้อย ชอบตรงที่เขามีความจริงใจ มีอะไรก็พูดตรงๆ แล้วก็ใส่ใจเราดีมาก เป็นคนที่ห่วงความรู้สึกของเราทุกอย่าง ทั้งเรื่องงาน สุขภาพ เป็นผู้ฟังที่ดี ผู้ปรึกษาที่ดี จะรับฟังเวลาเราบ่น เพราะเราเป็นคนขี้บ่นไง เค้าก็จะฟัง (หัวเราะ) ว่าวันนี้เราไปเจออะไรมาบ้าง บ่นๆ ก็รู้ตัวว่าพูดเยอะแต่ซีก็ฟังตลอด ไม่รู้ว่าอดทนอยู่หรือเปล่า (หัวเราะ)”

มุมมองของชีวิตคู่ ตอนนี้ก็คบกันมา 3 ปีแล้ว อาจจะเป็นช่วงที่มีความสุขที่สุด เพราะเราต่างก็เป็นตัวเองมากขึ้น ตอนที่คบกันมาปีที่ 2 มันยังรู้สึกว่ายังมีช่วงที่เรารำคาญ เบื่อๆ กับนิสัยของเขา อย่างเช่น รู้สึกหงุดหงิดเวลาทำไมไม่โทรฯมา ไม่เห็นถามว่าฉันเหนื่อยไหมเลย พอเข้าปีที่ 3 เราก็รู้แล้วว่าเขาเป็นคนอย่างนี้ แต่จริงๆ แล้วไม่มีอะไร เราก็เริ่มปรับตัวเข้าหากันได้มากขึ้น เลยไม่มีเรื่องทะเลาะกันเหมือนเมื่อก่อน เพราะเราเรียนรู้กันมากขึ้น ตอนนั้นจะอารมณ์เสียกับเรื่องไม่เป็นเรื่องนี่แหละ เพราะเราอารมณ์ร้อนกันทั้งคู่อาจจะมีเรื่องไร้สาระกันบ้าง แต่ไม่นานก็จะดีขึ้นเราไม่เคยโกรธกันนาน เมื่อก่อนจะไม่เคยง้อเลยนะ แต่พอนานๆ ไปก็ต้องง้อบ้างเดี๋ยวเค้าไม่ง้อ (หัวเราะ) ก็จะสลับกันไป ส่วนใหญ่ก็จะกลับมาคุยกันเอง เพราะขี้เกียจทะเลาะกันแค่เวลาเจอก็น้อยอยู่แล้ว ไม่รู้ว่าในอนาคตจะเป็นยังไงนะ เวลาไปงานแต่งงานเพื่อนๆ รุ่นหรือรุ่นพี่ที่รู้จัก ถามเขาว่าตอนแต่งงานกับตอนเป็นแฟนมันเหมือนกันมั้ย เพราะตอนเด็กจะคิดว่าการแต่งงานมันยิ่งใหญ่มาก พี่ๆ ก็บอกว่ารักกันมากขึ้นหรือไม่ก็เบื่อหน้ากันไปเลย (หัวเราะ) จริงๆ แล้วความรู้สึกเราก็เหมือนเดิมนั่นแหละ ยังรักกันอยู่ แต่มีความรับผิดชอบมันมากขึ้น เครียดขึ้นนิดหน่อย เพราะเราไม่เคยอยู่บ้านเดียวกับเขามาก่อน เราต้องยอมรับกันและกันให้ได้ เอมี่ว่าไม่มีใครเพอร์เฟกต์หรอก การให้อภัยถือเป็นเรื่องสำคัญของการใช้ชีวิตคู่

วามไม่โรแมนติก ที่โรแมนติก 

จริงๆ แล้วซีไม่ใช่คนมากุ๊กกิ๊กอะไร เขาไม่โรแมนติกเลยนะ (หัวเราะ) แต่เดี๋ยวนี้ดีขึ้นแล้ว เพราะเราพยายามทำให้เค้าเห็นด้วย พอมีเทศกาลเราก็จะเอาของไปเซอร์ไพรส์ หรือรู้ว่าเขาชอบอะไรก็แอบเอาไปให้ ส่วนใหญ่เอมี่จะไปหาที่กองถ่ายมากกว่า เพราะเขาไม่ชอบมากองถ่าย เพราะเขารู้สึกว่าถ้าได้พักแล้วไม่อยากจะมากองถ่ายอีก เวลาให้ของขวัญจะไม่ใส่กล่องสวยงาม ไม่รู้เป็นไง เขาจะเอามาให้แบบเปล่าๆ เลยซื้อใส่ถุงมายังงั้นเลย เราเคยบอกใบ้ว่า อยากได้อันนี้นะ แต่ตอนนี้ยังไม่เอา คือพยายามใบ้แบบวันเกิดมาซื้ออันนี้ให้นะ แต่พอถึงวันเกิดก็ไม่ได้ (หัวเราะ) สรุปคือไม่มีอะไรเซอร์ไพรส์ เขาบอกว่าไม่รู้จะซื้ออะไรให้ กลัวไม่ถูกใจ อยากได้อะไรเดี๋ยวจะพาไปซื้อ แหม!ก็อยากให้เซอร์ไพรส์นี่นา แต่ตอนนี้ก็มีดอกไม้มาบ้าง มีทำเซอร์ไพรส์ซื้อของให้ ไม่ใช่วันพิเศษเค้าก็จะซื้อให้หรือของกินที่เราชอบ ซื้อการ์ดให้ แค่นี้ก็ถือว่าโอเคแล้วล่ะ เรื่องโรแมนติกนี่ไม่ต้องมานั่งดินเนอร์สวยหรูก็ได้ แต่เรารู้สึกว่ามันโรแมนติกในแบบของเขาก็ประทับใจเราแล้ว

ไม่คิดเลิกตามดวง

จริง ทั้งเอมี่กับซี ไม่เคยดูหมอดูกันเลยนะ แต่ก็มีคนมาทักว่าคบกันปีนี้ต้องแต่งไม่งั้นจะเลิกแต่ก็ไม่ได้ซีเรียสนะ  เพราะว่าซีเป็นคนไม่ค่อยทำตามใคร ไม่ได้ดูดวง เขาเชื่อมั่นว่าทุกอย่างมันอยู่ที่คนสองคน ยังไงเราก็ไม่แต่งปีนี้อยู่แล้ว ถ้าเราแต่งไปตามดวงมันก็ไม่พร้อม มันไม่ดีหรอก แต่การที่หมอดูมาทักมันก็อาจจะดีตรงที่ทำให้เราระวังกันมากขึ้น พอเขาบอกว่าเดี๋ยวปีนี้จะเลิกกันก็จะระวังใจเย็นกันมากขึ้น พยายามเก็บอารมณ์ก็คิดว่าเป็นเรื่องปกติที่เราอยู่ตรงนี้แล้วจะมีคนมาดูดวง เพราะเราเป็นคนของประชาชน ค่อนข้างจะเฉย มากกว่า ถามว่าอึดอัดมั้ย จริงๆ ไม่นะ เราถือว่าเปิดเผย ยิ่งปิดคนก็ยิ่งอยากรู้ ถ้าเราจะคบเขาเวลาไปไหนเราสบายใจ เพราะผู้ใหญ่ก็รับรู้ด้วย ตอนแรกที่เปิดใจก็คุยกับพ่อแม่ไว้ก่อนด้วย ซีเขาก็แคร์คุณพ่อคุณแม่จะคิดยังไง

กิจการเฟอร์นิเจอร์

ตอนนี้เอมี่ก็เข้ามาดูแลร้าน By Nature เป็นร้านเฟอร์นิเจอร์ เปิดมาหลายปีแล้วคะ จริงๆ เป็นร้านของครอบครัว เพิ่งมาเริ่มดูแลจริงจังตอนเรียนจบค่ะ จะทำเกี่ยวกับเฟอร์นิเจอร์พวกไม้มงคล ไม้สักทอง ดีไซน์ส่งตามรีสอร์ทต่างๆ แต่พอช่วงหลังๆ ที่คนเริ่มรู้จักมากขึ้น เพราะเอมี่กับซีมาช่วยกันโปรโมตร้าน ส่วนใหญ่คนเข้าใจว่าเป็นร้านของเราสองคน แต่ไม่ใช่เพราะซีมาช่วยในด้าน PR อย่างเช่นเวลามีงานบู๊ทก็จะไปช่วยโปรโมทมากกว่า ตอนนี้กำลังคิดโปรเจ็ทใหม่ให้ร้าน ถ้ามีเวลามากกว่านี้อยากไปเรียนต่อด้านบริหารธุรกิจหรือไม่ก็เปิดร้านอาหารที่อเมริกาจะได้ไปช่วยงานคุณแม่ที่นั่นด้วย” 

รู้จักเลือกทิ้ง กินแบบมีประโยชน์

พื้นฐานเป็นคนกินเก่งอยู่แล้ว ทั้งของคาวของหวาน กินได้หมดทุกอย่าง ยิ่งพวกขนมหวานนี่ของโปรดเลย ช็อคโกแลต ขนมปัง ชีส เค้ก โอ้โห! เห็นแล้วอดไม่ได้เลย ตอนเด็กๆ เอมี่เลยอ้วนเหมือนเป็น Baby Fat เวลาไปเที่ยวต่างประเทศกลับมาทีไรน้ำหนักขึ้นตลอด ประมาณ 3-4 กิโลเลย เพราะมันอร่อยไปหมดทุกอย่าง มีทั้งนม เนย ชีส พอโตเริ่มเข้าวงการก็เริ่มห่วงสวย แต่ก็ยังผอมไม่พอ เพราะตอนเข้ากล้องนี่หน้าบานมาก (หัวเราะ) เป็นคนมีแก้มเยอะอยู่แล้วด้วย พอน้ำหนักขึ้นมานิดหน่อย เข้ากล้องจะอ้วนกว่าตัวจริงประมาณ 2 กิโล ตอนนั้นก็คิดว่าไม่ได้แล้วเดี๋ยวอ้วนแน่ๆ เครียดเลย เอมี่ใช้วิธีที่เร็วสุดคืองดข้าว กินแต่ผลไม้กับน้ำ เลือกแต่ผลไม้ที่ชอบพวก ส้ม ฝรั่ง แอปเปิ้ล มันก็ดีเลยแหละ เพราะอาทิตย์แรกลงไป 2 กิโล แต่หน้ามันยังไม่ลงมากก็ลดต่อไปอีก คราวนี้มันหวิวๆ แล้วน้ำหนักก็ไม่ลงมาก แต่เรารู้สึกเพลียตลอดเวลา บางทีไม่ไหวก็กินกล้วยกินโยเกิร์ตเข้าไปรองท้อง ด้วยความที่ทำงานหนักด้วยร่างกายมันไม่มีพลังงาน เบลอมากจนรู้สึกว่าหยุดดีกว่าไม่อยากดูโทรมไปมากกว่านี้ จริงๆ นะเอมี่ลองมาหมดแล้วเลยได้รู้ว่าไม่มีอะไรดีเท่ากับการกินให้สมดุลย์ รู้จักเลือกกินให้พอเหมาะ และเลือกของไม่ดีทิ้งไป จริงๆ เรารู้ว่าอะไรดีไม่ดี แต่เราห้ามใจตัวเองไม่ได้ก็เลยปล่อยตัวเอง ถ้ากินให้เป็นเวลาโดยที่ยังไม่หิวมากจะกินได้น้อย ตักข้าวแค่ทัพพีเดียวก็อิ่มแล้ว พอตอนเย็นก็กินก่อน 6 โมงเย็นไม่แตะของทอดของมัน ผักต่างๆ ห้ามขาดกินได้ทุกมื้อเลย

ออกกำลังกายเพราะได้แรงจูงใจดี

ปกติแล้วไม่ค่อยออกกำลังกาย เป็นคนขี้เกียจ เลยรู้สึกว่าตัวเองอ่อนแอลง ป่วยบ่อยๆ มาเริ่มมาดูแลตัวเองช่วงหลังๆ ก่อนหน้านี้ไม่ค่อยใส่ใจสุขภาพเท่าไหร่ ก็เพิ่งจะหันมาออกกำลังกายเมื่อไม่กี่ปีนี้ เพราะน้องชายกับซีเป็นคนชอบออกกำลังกายเลยชวนเราไปตีแบดฯ ว่ายน้ำ เหมือนโดนบังคับไปในตัว (หัวเราะ) แต่พอเราไปเล่นแล้วรู้สึกดี มันโล่งสบายตัวจริงๆ นะ แล้วเวลาไปทำงานก็ไม่เหนื่อยง่ายด้วย โรคต่างๆ ที่เคยเป็นอย่างแพ้ อากาศหรือภูมิแพ้ก็ดีขึ้นจนตอนนี้หายไปเลยวิตามินเสริมกินเพื่อบำรุงบ้าง เพราะช่วงทำงานหนักจะไม่ได้ดูแลตัวเอง ล่าสุดที่เข้าโรงพยาบาลเพราะเป็นไข้เลือดออก เคยเป็นตอนเด็กๆ แต่ว่ามันคนละสายพันธุ์กัน หมอบอกว่ามีโอกาสเป็นได้อีกด้วย ไม่รู้ไปติดเชื้อที่ไหน เพราะตอนนั้นถ่ายละครหลายเรื่องออกต่างจังหวัดบ่อย ไปไหนก็มีแต่ยุง เอมี่เป็นคนเลือดหวานด้วยมั้ง โดนกัดอยู่คนเดียว นอนโรงพยาบาลประมาณ 1 อาทิตย์ ให้น้ำเกลือแล้วก็เก็บเลือดติดตามผล น้ำหนักก็ลดลงประมาณ 2-3 กิโล เพราะมันกินอะไรไม่ได้เลย อาเจียนอย่างเดียวเลย อยากบอกว่าผู้หญิงเราจะสวยได้ต้องสวยจากภายใน อย่าใช้วิธีลัดที่ผิด มันไม่ได้ผลระยะยาวหรอก สิ่งสำคัญออกกำลังกาย รู้จักเลือกกิน นอนเยอะๆค่ะ แล้วจะสวยจากภายใน

 

Profile’s เอมี่ กลิ่นประทุม
ส่วนสูง 164 ซมน้ำหนักปัจจุบัน 45 กกน้ำหนักมากสุด 53 กกน้ำหนักน้อยสุด 43 กก.  

 

Menu to Slim
มื้อเช้า โยเกิร์ต+ ฝรั่ง+ ขนมปังปิ้ง
มื้อกลางวัน เกาเหลาต้มยำไก่ฉีก+ ข้าว 1 ทัพพี
มื้อเย็น สลัดผักรวม / ผักลวก +น้ำพริก